คำประกาศคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

คำประกาศคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นปูชนียสถานเนื่องในพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ของอาณาจักรตามพรลิงค์ และเป็นรัฐในสมาพันธรัฐศรีวิชัย ที่มีอายุตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 13 เป็นต้น แกนกลางของวัดคือพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นสถูปขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ 18 โดยผสมผสานรูปแบบด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมจากความเชื่อในพุทธศาสนามหายานและเถรวาทจากศิลปะปาละแห่งอินเดีย ศิลปะศรีวิชัยจากอินโดนีเซีย และศิลปะลังกาจากโปโลนนาลุวะ เป็นสัญลักษณ์สำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเถรวาทแบบดั้งเดิม มาสู่มหายานอยู่แต่เดิมอาณาจักรตามพรลิงค์และดินแดนอื่นๆในคาบสมุทรไทยซึ่งเคยนับถือพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันก็มีการผสมผสานเข้ากับศาสนาพราหมณ์ ทั้งไวษณพนิกายและไศวนิกายที่ชาวอินเดียนำเข้ามา จนเป็น “ตัวแบบ” และขยายคุณค่าไปยังอาณาบริเวณอื่น โดยเฉพาะดินแดนคาบสมุทรไทยและคาบสมุทรมลายู รวมทั้งดินแดนภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะสุโขทัยอันเป็นผลให้ประชาชนชาวไทยเกือบทั่วทั้งประเทศนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทลังกาวงศ์อย่างที่เป็นในปัจจุบันนี้ เป็นการแสดงถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติในภูมิภาคข้างเคียง มายังคาบสมุทรไทย โดยมีพระบรมธาตุเจดีย์แห่งวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน

สิ่งที่โดดเด่นยิ่งก็คือสถาปัตยกรรมการสร้างสถูปเจดีย์ เพราะใช่แต่เพียงสร้างตามแบบแผนสถาปัตยกรรมเจดีย์ทรงลังกาเท่านั้น แต่ยังนำปรัชญาทางพระพุทธศาสนามาใช้เป็นหลักในการออกแบบ ดังเช่น ช้างปูนปั้นรอบฐานพระบรมธาตุเจดีย์จำนวน 22 เชือก สื่อความหมายถึงอินทรีย์ 22 (สภาวะที่เป็นใหญ่ในการทำกิจของตน) ฉัตรวลี 52 ชั้น สื่อความหมายถึงเจตสิก 52 (อาการหรือคุณสมบัติต่าง ๆ ของจิต) และพระพุทธรูปปางลีลา 8 องค์ สื่อความหมายไปถึงอริยอัฏฐังคิกมรรค 8 (ทางอันประเสริฐ) ซึ่งเป็นหลักธรรมอันสูงสุดของพระพุทธศาสนา ส่วนลานประทักษิณชั้นบนขององค์พระเจดีย์ มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่สี่มุม สื่อความหมายถึงพระพุทธเจ้าในภัทรกัป บัลลังก์ทรงสี่เหลี่ยมที่อยู่ระหว่างองค์ทรงระฆังกับฉัตรวลี ประดับด้วยพระพุทธรูปปางลีลาเรียงเป็นทักษิณาวัตร เรียกว่า “พระเวียน” สื่อความหมายถึงมรรค 8 เป็นต้น นอกจากนี้จุดเด่นด้านกายภาพของปูชนียสถานแห่งนี้ก็คือ พระบรมธาตุเจดีย์ยังคงรักษาความแท้และความครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่แรกสร้างเมื่อต้นพุทธศตวรรษที่ 18 ไว้ได้ รูปแบบสถาปัตยกรรมขององค์พระบรมธาตุเจดีย์ได้รับอิทธิพลศิลปะลังกาตามแบบอย่างพุทธศิลป์สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และพระบรมธาตุเจดีย์เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ที่เก่าแก่ที่สุด รูปแบบทางสถาปัตยกรรมได้มีการพัฒนาโดยปรับส่วนความกว้างลง ทำให้องค์ระฆังเพรียวขึ้น รูปลักษณ์ที่ปรากฏจึงแตกต่างจากศิลปะลังกา ถือเป็นการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมที่ประสบความสำเร็จในการออกแบบอย่างดียิ่ง ดังจะเห็นได้จากการที่เจดีย์ทรงระฆังนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วในดินแดนไทย

ในด้านความเชื่อพระบรมธาตุเจดีย์นี้ยังเป็นศูนย์รวมความเชื่อ ประเพณีและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ดังเช่น การบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการนำผ้าพระบฏขึ้นบูชาพระพุทธองค์เป็นประจำทุกปี ซึ่งเรียกว่า “ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ” รวมถึงการถวายความศรัทธาด้วยเครื่องพุทธบูชา และวรรณกรรมของกวี ในรูปแบบ “วรรณกรรมชาพระธาตุ” ที่มีมายาวนานและต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ความเจริญรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบดั้งเดิมซึ่งมีพระบรมธาตุเจดีย์เป็นแกนกลางของความศรัทธา นอกจากมีส่วนในการสร้างสรรค์วิถีชีวิต ความเชื่อ ขนบประเพณี และแนวคิดในหลักปรัชญาของศาสนานี้แล้ว ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เกิดการรังสรรค์ศิลปกรรมเพื่อศาสนาที่งดงามและหลากหลาย ตกทอดมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันแสดงถึงภูมิปัญญาของประเทศไทยที่มีอารยธรรมสูงไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งถือได้ว่า “คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล” โดยแท้

ความคืบหน้าการนำเสนอวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (ฉบับที่ ๗)