จุดเด่นของคาบสมุทรไทย

ภาพการเติบโตของคาบสมุทรไทย ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 5 มาถึงพุทธศตวรรษที่ 17 คือ ภาพการค้าระหว่าง จีน อาหรับ อินเดีย กับเมืองแถบคาบสมุทรไทยและหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง ล่วงถึงพุทธศตวรรษที่ 18 พ่อค้าจีนเดินทางเข้ามามาก ทำให้การค้าในภูมิภาคนี้คึกคักขึ้นอีก เพราะพ่อค้าจีนมีความชำนาญทางการค้าทางทะเล ล่วงถึงพุทธศตวรรษที่ 21 เส้นทางการค้าได้ขยายไปยังอียิปต์ ซีเรีย อิตาลี และประเทศในยุโรปมากขึ้น จนเกิด “เส้นทางการค้ายุโรป” (European trade route) สินค้าพื้นเมืองประเภทผลิตผลจากธรรมชาติจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงได้ถูกนำไปจำหน่ายยังยุโรปเป็นจำนวนมหาศาล จนกล่าวได้ว่าผลิตผลจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพลังทรัพยากรที่สำคัญในการสร้างความเจริญให้แก่ยุโรป ซึ่งส่งผลให้ยุโรปยุคนั้นสามารถแผ่ขยายอำนาจไปล่าอาณานิคมในยุคต่อมา

ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-22 สินค้าสำคัญซึ่งมีการซื้อขายกันที่เมืองท่าบนคาบสมุทรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปัตตานี และนครศรีธรรมราช ได้แก่ งาช้าง หนังสัตว์ วัว ช้าง น้ำผึ้ง ยาดำ ไหม กำยาน หมาก หวาย อ้อย ตะกั่ว และทองแดง ส่วนในบันทึกของพ่อค้าชาวจีนระบุว่าสินค้าซึ่งต้องการของชาวจีน ได้แก่ ข้าว พริกไทย เนื้อกวาง เนื้อช้าง หูฉลาม กุ้งแห้ง หมาก ยาดำ ขนนกยูง แร่ตะกั่ว และเหล็ก โดยเฉพาะทองคำ ทำให้คาบสมุทรนี้ได้ชื่อว่าเป็น “คาบสมุทรทองคำ” หรือ “คาบสมุทรแห่งความมั่งคั่ง” มายาวนาน 1,500 ปี จนเป็นปัจจัยให้เกิดรัฐหรืออาณาจักรโบราณบนคาบสมุทรนี้

เมืองท่าอีกแห่งหนึ่งในคาบสมุทรไทยฝั่งตะวันตกในสมัยนั้น คือเมืองกาละห์ (kalah หรือ kadah : ไทรบุรี) ศาสตราจารย์ ดร.ครองชัย หัตถา อธิบายว่ากาละห์เป็นเมืองท่าส่งออกที่มีสินค้าหลายชนิดที่ซื้อขายและขนส่งผ่านเมืองท่าแห่งนี้ สินค้าจากที่นี่มีชื่อเรียกว่า “Products of the Selat” (ผลผลิตจากช่องแคบ) ต่อมาเรียกกันว่า “Straits Products” ซึ่งหมายถึงสินค้าจากช่องแคบระหว่างคาบสมุทรไทยกับเกาะสุมาตรานั่นเอง สินค้าเกือบทั้งหมดที่ซื้อขายแถบนี้ถูกนำไปจำหน่ายยังตลาดศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่ของโลกสมัยนั้น คือดามัสกัส (Damascus) และ อเล็กซานเดรีย (Alexandria) จนกล่าวได้ว่าการค้าแถบเมดิเตอเรเนียนในสมัยนั้น เจริญเติบโตและขยายตัวอย่างกว้างขวางจนเป็นตลาดการค้าขนาดใหญ่ของโลก ก็เนื่องจากมีสินค้าจากแถบเอเชียโดยเฉพาะจากคาบสมุทรไทยไปป้อนตลาดอย่างต่อเนื่องนั่นเอง จึงกล่าวได้ว่า นี่คือ “จุดเด่นของคาบสมุทรไทย” โดยแท้

ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์
ประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ ในคณะกรรมการมรดกโลกจังหวัดนครศรีธรรมราช
อ้างอิงจากศาสตราจารย์ ดร.ครองชัย หัตถา “ภูมิศาสตร์เชิงประวัติของคาบสมุทรมลายู” 2560.

อ้างอิงจาก  จดหมายข่าววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นบัญชีสู่มรดกโลก ฉบับที่ 65  ประจำวันที่  23   มีนาคม  พ.ศ. 2560