ปัจจัยการเติบโตของคาบสมุทรไทย : ปัจจัยเทคโนโลยี

ส่วนพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีการผลิต ก่อนที่ศาสนาทั้งสองและเครือข่ายการค้าจะเกิดขึ้นบนคาบสมุทรไทย ชุมชนบนคาบสมุทรแห่งนี้ได้เรียนรู้และสืบทอดวัฒนธรรมการสร้างสรรค์เครื่องมือเครื่องใช้อย่างง่ายด้วยวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น โดยเฉพาะเครื่องมือที่ทำด้วยหินซึ่งสืบทอดมานานและหลายรูปแบบ ตลอดจนการใช้ภาชนะดินเผาที่มีหลายรูปแบบเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เริ่มมีศาสนาดังกล่าวและระบบเครือข่ายทางการค้าได้เข้ามา การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น ได้แก่ การทำภาชนะดินเผา การหลอมโลหะ และแก้ว และการทำเครื่องประดับ เป็นต้น

ในด้านการทำภาชนะดินเผา ก่อนที่ศาสนาทั้งสองและระบบเครือข่ายทางการค้าจะเข้ามาสู่คาบสมุทรไทย ชุมชนบนคาบสมุทรแห่งนี้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเทคนิควิธีการผลิตด้วยดินชนิดต่างๆ และปรับเปลี่ยนหรือพัฒนารูปแบบจากเดิมที่มีเพียงไม่กี่รูปแบบ แต่เมื่อชุมชนได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมอินเดียในราวพุทธศตวรรษที่ 10 เป็นต้นมา เทคโนโลยีการผลิตภาชนะดินเผาก็มีรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น ภาชนะดินเผาที่ค้นพบในชุมชนโบราณภูเขาทอง รูปแบบดังกล่าวมีความคล้ายคลึงหรือร่วมสมัยกับภาชนะที่พบในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอินเดีย

ในด้านการหลอมโลหะและหลอมแก้ว ถือได้ว่าการหลอมโลหะเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้าของชุมชน ได้พบหลักฐานคือเบ้าหรือแม่พิมพ์สำหรับหล่อศิลปวัตถุและผลิตภัณฑ์อื่นที่เกิดจากการหลอมในชุมชนเหล่านี้ เฉพาะด้านการหลอมแก้ว ได้พบหลักฐานเศษแก้วหลอมเพื่อทำเป็นลูกปัดในชุมชนโบราณหลายแห่ง พบเศษลูกปัดแก้วที่ถูกทิ้งเนื่องจากหล่อไม่ดีหรือไม่สมบูรณ์ ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการหลอมแก้วทำลูกปัดนี้ นับความรู้ขั้นสูงอย่างหนึ่ง เพราะเป็นเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อน ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติของวัสดุ การควบคุมอุณหภูมิในการหลอม และเทคนิคการทำลวดลายลูกปัด เป็นต้น

ในด้านการทำเครื่องประดับ ในระยะแรกเป็นการทำด้วยดินเผา รูปแบบมีเฉพาะรูปทรงคล้ายผลส้ม ครั้นศตวรรษที่ 10 เริ่มได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมอินเดียมากขึ้น เทคโนโลยีการผลิตเครื่องประดับก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เริ่มจากทำเครื่องประดับด้วยหินคาร์เนเลียน ไปจนถึงที่ทำด้วยแก้วและทองคำ นอกจากนี้ทำลูกปัดโดยใช้เทคนิคการฝังลายเขียนสีไว้ในเนื้อหิน ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อนกว่าเดิม 52 ลูกปัดที่พบในคาบสมุทรไทยมีจำนวนมากแบบ เช่น ลูกปัดแก้วโมเสกและลูกปัดตา ลูกปัดแก้วสลับสี ลูกปัดลายแถบ ลูกปัดแก้วน้ำเคลือบ และลูกปัดนกแสงตะวัน เป็นต้น ลูกปัดเหล่านี้จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สร้างรายได้จากพ่อค้าต่างชาติเข้ามาสู่คาบสมุทรไทยอย่างกว้างขวาง

อวสานของรัฐศรีวิชัยครั้งนี้ทำให้บ้านเมืองอื่นๆในคาบสมุทรไทยฟื้นตัวรุ่งเรืองขึ้นในศตวรรษต่อมา มีชุมชนบ้านเมืองเกิดใหม่หลายเมือง และหันกลับมาใช้เส้นเส้นทางขนส่งสินค้าข้ามคาบสมุทรอีกครั้งหนึ่ง การที่ชุมชนบนคาบสมุทรไทยได้เชื่อมประสานเข้ากับระบบการค้านานาชาติที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงอย่างกว้างขวาง และเชื่อมเมืองท่าของจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าเป็นระบบเดียวกันเช่นนี้ ส่งผลให้ดินแดนต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ระบบการปกครอง มีการเปลี่ยนทางวัฒนธรรมทางศาสนา แต่ละเมืองพัฒนาเส้นทางเส้นทางเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าสายหลัก จึงให้ชุมชนบนคาบสมุทรนี้กลายเป็น “สถานีการค้าทางทะเล” ที่สำคัญหลายแห่ง และส่งผลให้บ้านเมืองบนคาบสมุทรเติบโตขึ้นโดยลำดับ จนในที่สุดเหล่านี้ได้รวมกันกลายเป็นรัฐสำคัญ 52 รวมทั้ง “รัฐตามพรลิงค์” หรือ “นครศรีธรรมราช” ในปัจจุบัน

 

ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์
ประธานกรรมการฝ่ายวิชาการ ในคณะกรรมการมรดกโลกจังหวัดนครศรีธรรมราช
อ้างอิงจาก ปรีชา นุ่นสุข, “จารึกบนตราประทับรุ่นแรกในภาคใต้,” ใน ประวัติศาสตร์และโบราณคดีนครศรีธรรมราช ชุดที่ 5
(นครศรีธรรมราช : วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช,2531), หน้า102-112.

อ้างอิงจาก จดหมายข่าววัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารขึ้นบัญชีสู่มรดกโลก ฉบับที่ 64  ประจำวันที่  20   มีนาคม  พ.ศ. 2560